DAILY RECOMMENDATION
เรียกดูหัวข้อในหมวดนี้ 
ปีหน้าฐานะ โดดเด้ง น้ำตาลบุรีรัมย์
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ - 5 ม.ค. 58

แผนธุรกิจในปี 2558 ของบมจ. น้ำตาลบุรีรัมย์ หรือ BRR ที่ว่า เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตอ้อยอีกประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ และเล็งเปิดโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งที่ 3 ทำให้เหล่านักวิเคราะห์ออกมาแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BRR พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 9.10 บาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้รวมประเด็นที่ว่า ในช่วงเดือนต.ค.2558 บริษัทจะปิดซ่อมโรงไฟฟ้า EBC เรียบร้อยแล้ว

“อนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ”ประธานกรรมการบริหารบมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์ บอกกับ “กรุงเทพธุรกิจ Biz Week” ว่า ปัจจุบันบริษัทถือเป็นผู้ผลิตน้ำตาลครบวงจร แม้จะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโรงงานน้ำตาลแห่งอื่นที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ นั่นเป็นเพราะเรามีประสิทธิภาพในการผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อย “โดดเด่นกว่าอุตสาหกรรม”

จาก “จุดแข็ง” ดังกล่าว ทำให้ที่ผ่านมา บริษัทไม่เคยประสบปัญหาขาดแคลนอ้อยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยในปี 2558 บริษัทวางแผนจะขยายกำลังการผลิตหีบอ้อยมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเตรียมขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2558 เป็นต้นไป เขาเกริ่นเรื่องดีๆที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ให้ฟัง

“ประธานกรรมการบริหาร” ลงลึกถึงรายละเอียดของแผนงานในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2258-2560) ว่า ภายในปี 2560 บริษัทต้องมีรายได้รวมแตะระดับ 6,000-7,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจน้ำตาล 50 เปอร์เซ็นต์ ธุรกิจพลังงานและธุรกิจปุ๋ย 50 เปอร์เซ็นต์ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจน้ำตาลถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และธุรกิจพลังงาน ธุรกิจปุ๋ย 10 เปอร์เซ็นต์ โดยในปี 2558 สัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานและปุ๋ยจะค่อยๆขยับขึ้นมายืนระดับ 30 เปอร์เซ็นต์

บริษัทได้วางแผน 3 ธุรกิจ ดังนี้ 1.ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายดิบ ปัจจุบัน BRR ถือเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งในธุรกิจนี้อยู่แล้ว เห็นได้จากการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นวันนี้เรากำลังมองเรื่องการต่อยอดธุรกิจ ล่าสุดกำลังศึกษาธุรกิจอาหาร เนื่องจากธุรกิจนี้ส่วนใหญ่จะใช้น้ำตาล ทรายเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร

“ผมสนใจพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องของแบรนด์ ยิ่งมีความอินเตอร์ ยิ่งชอบมาก เพราะเขาจะใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบค่อนข้างเยอะ เราไม่อยากปิดกั้นตัวเอง ด้วยการมองหาแต่แบรนด์ในประเทศอย่างเดียว”

2.ธุรกิจพลังงานทดแทน ในอนาคตธุรกิจนี้จะช่วยให้ผลประกอบการของเราขยายตัวมากขึ้นปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้าชีวะมวลจากกากอ้อย 1 แห่ง กำลังการผลิต 9.9 เม กะวัตต์ ซึ่งได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ไปแล้วเมื่อเดือนพ.ค.2555 แบ่งเป็นการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 8 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือนำมาใช้ภายในโรงงาน 1.9 เมกะวัตต์

ตามแผนในช่วงต้นปี 2558 บริษัทจะเดินเครื่องผลิตโรงไฟฟ้าชีวะมวลจากกากอ้อยแห่งที่ 2 กำลัง 12.5 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทจะจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 8 เมกะวัตต์ ที่เหลือจะนำมาใช้ในโรงงาน

ขณะเดียวกันภายในปี 2558 บริษัทยังมีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้าอีก 1 แห่ง กำลังการผลิตไฟฟ้า 12.5 เมกะวัตต์ โดยจะขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 8 เมกะวัตต์ มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท (ไม่รวมราคาที่ดิน) คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปี 2559

“วันนี้ความต้องการไฟฟ้ายังคงขาดแคลน ฉะนั้นธุรกิจนี้ในปีหน้าไม่ธรรมดา”

3.ธุรกิจปุ๋ย ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตประมาณ 30,000 ตันต่อปี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ปุ๋ยตรากุญแจ จำกัด เราเชื่อเหมือนกันว่า ในอนาคตธุรกิจนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมฐานะของ BRR ให้แข็งแกร่ง อย่างน้อยก็ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลพลอยได้ที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาล

บริษัทวางแผนจะก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล กำลังการผลิต 1.5 แสนลิตรต่อวัน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2558 มูลค่าลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เบื้องต้นอาจสร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อปี และอาจถึง “จุดคุ้มทุน”ภายใน 4-5 ปีข้างหน้า

วิธีการผลิตปุ๋ยของเรา คือ จะนำกากหม้อกรอง ไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ด้วยการการผสมปุ๋ยเคมีเพิ่มเข้าไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งเราจะจำหน่ายให้กับชาวไร่เป็นหลัก ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ปลูกอ้อยประมาณ 200,000 ไร่ และมีเกษตรกรประมาณ 15,000 ครอบครัว

“อนันต์” ย้ำว่า วันนี้บริษัทถือเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มากกว่า 50 ปี ตลอดเวลาเราได้ให้ความสำคัญต่อคุณภาพ และผลผลิตอ้อย ผ่านการส่งเสริมพัฒนา เพื่อให้ความรู้ชาวไร่อ้อยมาตลอด โดยเราจะคัดเลือกพันธุ์อ้อยและปุ๋ยที่เหมาะสมต่อพื้นที่ ตลอดจนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยจัดการแปลงเพาะปลูก ถือเป็นการดำเนินการ ตามปรัชญา “น้ำตาลสร้างในไร่”

“ปรัชญาดังกล่าว ทำให้บริษัทมีผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อยเพิ่มขึ้นจาก 105 กิโลกรัมเป็น 118 กิโลกรัม นับเป็นผลผลิตที่สูง เมื่อเปรียบเทียบเป็นค่าเฉลี่ยของโรงงานในแต่ละกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลทราย ขณะเดียวกันยังเป็นการลดต้นทุนการผลิตลงด้วย ส่งผลให้บริษัทมีผลตอบแทนที่ดี”

ในฤดูการผลิตปี 56/57 ที่ผ่านมา มีผลผลิตอ้อยเข้าหีบ 1.77 ล้านตันอ้อย โดยผลิตเป็นน้ำตาล ทรายส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศจำนวน 208,800 ตัน และในฤดูการหีบอ้อยปี 57/58 โรงงานของเราสามารถรองรับผลผลิตเข้าหีบได้สูงสุดเป็น 20,000 ตันต่อวัน หรือคิดเป็นปริมาณอ้อย 2.1 ล้านตันต่อวัน

“ภายใน 3 ปีข้างหน้า เราตั้งเป้าจะเพิ่มปริมาณการผลิตอ้อยเข้าหีบเป็น 3.5 ล้านตันอ้อยต่อปี”

เมื่อถามถึงเรื่องผลประกอบการในปี 2558? “นายใหญ่” ตอบว่า แน่นอนว่า รายได้คงเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากมีปริมาณความต้องการน้ำตาลเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มตามไปด้วย ขณะเดียวกันราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีแนวโน้มขยับขึ้น จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 15 เซ็นต์ต่อปอนด์

ปี 2558 ราคาน้ำตาลโลกอาจยืนระดับ 17-18 เซ็นต์ต่อปอนด์ เนื่องจากผู้ผลิตอ้อยส่วนใหญ่นำอ้อยไปผลิตเป็นเอทานอล ทำให้ปริมาณอ้อยที่นำมาผลิตเป็นน้ำตาลมีน้อยกว่าปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาน้ำตาลมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ปัจจุบันปริมาณการผลิตทั่วโลกอยู่ที่ 176 ล้านตันต่อปี

“ไม่ใช่เพียงธุรกิจน้ำตาลเท่านั้นที่จะหนุนรายได้ในปีหน้า ธุรกิจพลังงานก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะ ปี 2558 จะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากกากอ้อยทั้ง 2 แห่ง เต็มกำลังการผลิตรวม 16 เมกะวัตต์ ขณะที่โรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งที่ 2 จะเริ่มจ่ายไฟฟ้าต้นปีหน้า”

เขา เล่าต่อว่า สำหรับรายได้ในปี 2557 ทุกอย่างคงเดินไปตามเป้าหมายที่คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 4,010 ล้านบาท เนื่องจากเรามีปริมาณหีบอ้อยเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 ล้านตัน โดยในช่วงเดือนธ.ค.เราจะส่งมอบน้ำตาลทรายให้กับผู้ซื้อต่างประเทศประมาณ 35,000 ตัน

ส่วนในแง่ของกำไรสุทธิ มั่นใจว่าจะขยายตัวเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 205.56 ล้านบาท หลังบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากการมีพื้นที่ปลูกอ้อยใกล้โรงงาน

ในช่วงที่ราคาน้ำตาลอยู่ในระดับต่ำๆ บริษัทได้ปรับตัว ด้วยการเพิ่มประสิทธภาพการผลิต และลดลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้สามารถแข่งขันกับเจ้าอื่นได้ สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่วนใหญ่เราให้ความสำคัญกับวัตถุดิบมากเป็นพิเศษ เขาย้ำ

“รายได้ของเรายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น หลังแนวโน้มราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีทิศทางสดใส ประกอบกับธุรกิจของเราสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการอื่นๆได้ และบริษัทยังมีรายได้จากธุรกิจพลังงานมาช่วยกระจายความเสี่ยงอีก” เขาฝากสารถึงผู้ถือหุ้น

“นายใหญ่” ผู้มีนิสัยพูดน้อย บอกความใจในว่า แม้วันแรกของการซื้อขาย (6 พ.ย.2557) หุ้น BRR จะเปิดเทรดที่ระดับ 9.25 บาท เพิ่มขึ้นเพียง 36 เปอร์เซ็นต์ สำหรับนักลงทุนบางรายอาจมองว่า เป็นการเพิ่มขึ้นที่ไม่หวือหวาเหมือนหุ้น IPO ตัวอื่นๆ แต่สำหรับ BRR มองว่า ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะเราอยากเป็นหุ้นเติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าหุ้นหวือหวา

ราคาหุ้นที่ไม่เคยลดลงต่ำกว่าราคา IPO สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในธุรกิจของเรา อย่างน้อยผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3 ปี 2557 ก็พอบอกอะไรได้บ้าง โดยไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เรามีกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 160 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุน 59 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีรายได้ 567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 420 ล้านบาท

“ผลประกอบการที่ดีขึ้น เกิดจากเราส่งมอบน้ำตาลทรายได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด ขณะที่ราคาน้ำตาลทรายปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับบริษัทมีการบริหารประสิทธิภาพที่ดี นอกจากนั้นบริษัทยังได้จำหน่ายไฟฟ้า 8 เมกะวัตต์ ให้กับกฟภ.ส่งผลให้มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิเมขึ้น 110 เปอร์เซ็นต์”