DAILY RECOMMENDATION
เรียกดูหัวข้อในหมวดนี้ 
โลกยุคใหม่ มีไอเดียก็รวยได้
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ - 5 ก.พ. 55

ร้าน BHUCHUME เริ่มจากตลาดนัดอินดี้ ขายดีจนได้ขึ้นห้าง “ตุ๊กตาปั้น” สร้างธุรกิจใส่แนวคิดสร้างสรรค์ รวยได้แม้ขายแค่ในอินเทอร์เน็ต “Google - TCDC” หนุน SMEs สร้างธุรกิจสร้างสรรค์ ผลักดันเข้าตลาดออนไลน์
      
       สำหรับชาวเรายุค GenX ผู้มีชีวิตร่วมสมัยระหว่างยุคอะนาล็อกกับยุคดิจิตอล คงมองเห็นความเปลี่ยนแปลงบนวิถีชีวิตใหม่ๆ ได้อย่างชัดเจน ไล่ตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้บางอย่างที่ทะยอยถูกเก็บเข้ากรุไป อาทิ แผ่นเสียง เทปคลาสเส็ท เทปวิดีโอ แผ่นดิสเก็ท และล่าสุดบริษัทฟิล์มถ่ายภาพชื่อดังของโลกก็เพิ่งปิดตนเองไปตามยุคสมัย ความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิตอลพลิกโฉมทุกสิ่ง ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่สังคมที่ถูกจำลองเข้ามาอยู่ในโซเชียลเน็ทเวิร์ก เชื่อมโยงการรับรู้ของผู้คนผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยอยู่บนพื้นดินถูกยกมาวางบนหน้าเว็บ การแลกเปลี่ยนซื้อขายที่เคยทำที่ร้านค้าก็เริ่มทำได้ในห้องนอนของทุกคน
      
       เด็กยุคใหม่เติบโตมากับเทคโนโลยีและโลกที่กว้างขึ้น มีไอเดียและช่องทางใหม่ๆ ที่มากพอจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากคนธรรมดาไปเป็นมหาเศรษฐีได้เลยทีเดียว หากจับทางตลาดถูก

ตลาดนัดไอเดีย
       จุดเริ่มต้นของคนสร้างสรรค์
      
       “อินดี้ อิน ทาวน์” เป็นหนึ่งในตลาดนัดไอเดียที่เปิดโอกาสให้เด็กนักศึกษา และเยาวชนอายุไม่เกิน 28 ปี นำงานไอเดียของตนเองมาขายที่ลาน Park@Siam ทุกบ่ายวันเสาร์ โดยมีเงื่อนไขว่าเจ้าของงานจะต้องมีอุปกรณ์มานั่งทำให้เห็นกันจะจะทุกครั้งว่าทำและออกแบบเองจริง สองฟากฝั่งของทางเดินรอบสนามหญ้าถูกจับจองด้วยผ้าพลาสติกที่เริ่มปูกันตั้งแต่บ่ายแก่ๆ ผลงานทำมือถูกนำออกมาวางรายเรียงคล้ายกำลังจะแสดงนิทรรศการศิลปะ สาวน้อยนั่งเย็บกระดุมสีสันสดใสตกแต่งกระเป๋าผ้า ถัดไปเป็นร้านรองเท้าผ้าใบเพนท์สีจัดจ้าน หากอยากได้เสื้อลวดลายไม่เหมือนใครสักตัวอาจแวะไปดูชายหนุ่มที่นั่งปักลายดอกไม้ลงบนเสื้ออย่างประณีตบรรจงก่อนตัดสินใจซื้อก็ได้ ตลาดนัดไอเดียให้อารมณ์ที่แตกต่างจากตลาดนัดทั่วไป เพราะมีภาพหนุ่มสาวกำลังนั่งผลิตชิ้นงานในร้านของตนเอง บางผลงานถูกออกแบบด้วยไอเดียสดใหม่ซึ่งเพิ่งเกิดกลางลานนั้นเอง นอกจากได้จับจ่ายซื้อหาผลงานแฮนด์เมดเก๋ๆ ไปใช้ ยังอาจได้รับแรงบันดาลใจกลับไปด้วย
      
       ตลาดนัดไอเดียมีให้พบเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนของเด็กรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง บางคนทำเป็นงานอดิเรก บางคนยึดเป็นอาชีพหลัก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่บีบให้คนต้องสร้างอาชีพใหม่ๆ ให้กับตัวเอง ในภาวะที่โอกาสมีน้อยเท่าน้อย ความคิดสร้างสรรค์คือทางออกของเด็กรุ่นใหม่ ผนวกกับช่องทางแสดงผลงานที่หาได้ง่ายขึ้น เช่น เปิดร้านขายของบนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย หรือตลาดนัดที่ผุดขึ้นทุกมุมเมือง จึงเกิดนักธุรกิจรุ่นเยาว์ที่เริ่มสร้างอาชีพตั้งแต่อยู่ในวัยเรียนอย่างได้ผล

 ร้าน “สาระ อินดี้” แหล่งรวบรวมสินค้าแฮนด์เมดที่เจเจ มอลล์ ชั้น 2 เกิดจากการรวมตัวของนักสร้างผลิตภัณฑ์ทำมือที่เริ่มมีผลงานกันตั้งแต่ยังเรียนระดับอุดมศึกษา แซม – วิศวะ ดวงเงิน เล่าว่า เขาทดลองใช้ปากกาเขียนผ้าวาดภาพลงบนเสื้อตั้งแต่ยังเรียนชั้นปี 2 พอวาดครบ 10 ตัวก็นำไปขายและได้รับผลตอบรับดี จึงกลายเป็นอาชีพที่ทำมาจนกระทั่งเรียนจบ

งานของแซมเป็นเสื้อยืดสีเอิร์ธโทนที่นำมาเพนท์รูปวาดลายเส้นง่ายๆ เช่น รูปผู้หญิง รูปหมี รูปจักรยาน แซมบอกว่า คนชอบเสื้อของเขาเพราะลายเส้นและสีสันที่ไม่ซับซ้อน ทำให้งานของเขาสามารถสื่อสารกับคนได้ง่าย คนที่ซื้อเสื้อยืดแบรนด์สาระ อินดี้ เพราะชอบงานที่ผ่อนคลาย

นอกจากเสื้อยืด เขายังเพนท์ภาพลงบนปลอกหมอนและสมุดโน้ต ทำเป็นธุรกิจเล็กๆ ขายในตลาดนัดอินดี้ อินทาวน์ ร่วมกับ ปลา – จุติพร ยืนนาน หลังจากเรียนจบ แซมจับกลุ่มรวมกับเพื่อนๆ ที่ทำงานแนวเดียวกันอีก 6 คน เพื่อเปิดร้านขายสินค้า Original Handmade ที่เจเจ มอลล์

“เพื่อนแต่ละคนจะทำงานคนละแบบ แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือเป็นผลิตภัณฑ์ทำมือ สินค้าที่มีในร้าน อาทิ โมเดลกระดาษ กระเป๋าวินเทจ เสื้อทีเชิร์ต เปเปอร์มาเช่ สมุดโน้ต ปลอกหมอน ซึ่งงานแต่ละชิ้นจะใส่ไอเดียและดีไซน์ใหม่ๆ ลงไปในงาน เมื่อคนเดินเข้ามาในร้านและได้พบงานที่เป็นผลิตภัณฑ์ทำมือทั้งร้าน มีการออกแบบแนวทางเดียวกันในรูปแบบที่หลากหลาย ก็ทำให้คุณค่าในตัวงานสูงขึ้น”

สินค้าแบรนด์ “สาระ อินดี้” ขายที่เจเจ มอลล์ เป็นหลัก ในวันจันทร์-วันศุกร์ ส่วนวันเสาร์เขาจะนำเสื้อและปลอกหมอนไปเพนท์ขายตามตลาดนัดไอเดียต่างๆ นอกจากนั้นต่อจากนี้จะมีการประชาสัมพันธ์แบรนด์ตัวเองผ่านโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์ยูทูปมากขึ้น แซมบอกว่า เขากำลังนำคลิปที่สอนทำผลิตภัณฑ์ทำมือง่ายๆ ไปโพสต์ลงบนเฟสบุคของเพื่อนๆ ที่ทำงานร่วมกัน เพื่อเผยแพร่ผลงานของแบรนด์สาระ อินดี้ ให้ผ่านตาลูกค้าประจำมากขึ้น

ผลประกอบการของร้านสาระ อินดี้ มียอดขายต่อสัปดาห์กว่า 7,000-8,000 บาท ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบไม่สูงมาก เพราะส่วนใหญ่มาหนักที่ต้นทุนทางฝีมือที่ทุกคนฝึกปรือจนอยู่ตัวแล้ว งานที่รักจึงเป็นงานที่ทำให้รวยไปด้วยกันได้

เสื้อผ้าปัก
สร้างเงินหลักแสน

แวบแรกที่เห็นเสื้อปักลวดลายดอกไม้วางขายในตลาดนัดไอเดียก็รู้สึกสะดุดตากว่าเจ้าอื่น เพราะฝีมือการดีไซน์ที่ดูเป็นมืออาชีพ เมื่อได้พูดคุยกันจึงรู้ว่า เป็นสินค้าแฮนด์เมดที่สร้างแบรนด์จนขึ้นห้างสยามเซ็นเตอร์ไปแล้ว ในชื่อแบรนด์ Bhuchume@Mob.F

นอร์ท - นภันต์ ภาวสุทธิ์‏ หุ้นส่วนแบรนด์ BHUCHUME เล่าว่า เขาและพี่ๆ ชอบงานเย็บปักถักร้อยตั้งแต่เด็ก จึงเริ่มปักลายดอกไม้ นก ผีเสื้อ ลงบนเสื้อยืด เสื้อกล้าม เดรส และขายในตลาดนัดอินดี้ อิน ทาวน์ เมื่อ 6-7 ปีก่อน เมื่อสินค้าเริ่มเป็นที่ชื่นชอบ เขาจึงเริ่มออกไปขายที่เมเจอร์ รัชโยธิน ขายดิบขายดีเรื่อยมา จนต้องปักหลักผลิตสินค้าร่วมกับพี่ๆ อย่างจริงจังที่อาคารอมรินทร์ พลาซ่า ชั้น 1 เพื่อส่งไปขายตามสาขาต่างๆ อาทิ สยามเซ็นเตอร์ และตลาดนัดจตุจักร

นอร์ทเริ่มสร้าง BHUCHUME ตั้งแต่เรียนคณะการจัดการท่องเที่ยวโรงแรม ปี 1 ที่ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ งานอดิเรกช่วยให้เขาได้นำความรู้ที่เรียนมาใช้ในการบริหารจัดการร้านค้าตนเอง และเป็นอีกแบรนด์ที่ยกระดับจากงานอดิเรกขึ้นเป็นธุรกิจ ซึ่งสร้างรายได้ตั้งแต่หลักหมื่นไปถึงหลักแสนปลายๆ เลยทีเดียว

 “BHUCHUME ที่ขายในตลาดนัดไอเดียจะมีราคาประมาณ 190-390 บาท ในขณะที่ Bhuchume@Mob.F ที่สยามเซ็นเตอร์ จะเป็นอีกเกรดที่ราคาสูงขึ้นไปอีกหน่อย เพราะอยู่ในห้าง แบบที่ขายดีคือเสื้อสั้นครึ่งตัว ซึ่งวัยรุ่นก็ใส่ได้ ผู้ใหญ่ก็ใส่สวย เพราะมีแบบที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า จุดเด่นของงานคือการเย็บด้วยมือ ทำให้เสื้อผ้าแต่ละชุดไม่มีลวดลายที่ซ้ำกันเลย จึงเป็นที่ถูกใจของลูกค้าชาวต่างชาติ และมียอดขายที่ดีมากถึงหลักหมื่นหลักแสนทีเดียว” นอร์ทระบุตัวเลขรายรับที่แสนจะสะเทือนโสตประสาทมนุษย์เงินเดือน

ฟังแล้วอยากเจริญรอยตาม BHUCHUME แต่กว่าจะสร้างธุรกิจมาได้ขนาดนี้ นอร์ทบอกว่าต้องมีความมานะอดทน และไม่ท้อแท้ หากใครต้องการมีธุรกิจของตัวเองจะต้องเริ่มจากการถามตัวเองก่อนว่าชอบอะไร จากนั้นจึงลงมือทำ ลองผิด ลองถูก จนกว่าจะพบหนทางของตนเอง

ดีไซน์โดนใจ
ขายออนไลน์อย่างเดียวก็รวย

ขณะที่ธุรกิจแฮนด์เมดรุ่นใหญ่ตัดสินใจเลิกเช่าร้านเพื่อลดค่าสถานที่ มาทำอีคอมเมิร์ซเต็มตัว “ตุ๊กตาปั้น” แบรนด์ตุ๊กตาล้อเลียนเจ้าดังที่ถูกสั่งทำเป็นของขวัญสำหรับแขกบ้านแขกเมืองเป็นประจำ

ไชยวัฒน์ พิพัฒน์สิริวรกุล เล่าว่า ธุรกิจของเขาเป็นงานประเภท Handmade ที่รับงานปั้นตุ๊กตาหน้าคน จาก รูปภาพจริง เพื่อนำไปใช้เป็นของขวัญ เช่น ของขวัญวันเกิด วันแต่งงาน วันรับปริญญา ฯลฯ ช่วงแรกขายในห้าง และคนเริ่มรู้จักเพราะมีการพูดถึงปากต่อปาก ลูกค้าจึงมากขึ้นจนทำแทบไม่ทัน อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเริ่มเป็นที่รู้จักทั่วไป จึงเปลี่ยนมาทำอีคอมเมิร์ซเต็มตัว เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่ และทำให้ใช้เวลาน้อยลง แต่ทำงานได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ไชยวัฒน์บอกว่า ตอนแรกเขาลองผิดลองถูกอยู่นานว่าลูกค้าชอบตุ๊กตาแบบไหน ทั้งเคยลองปั้นเป็นตุ๊กตาสัตว์ต่างๆ แต่พบว่ามีขายจำนวนมากแล้วในตลาด จึงเริ่มปั้นเป็นแนวหน้าแปลกๆ จนมาลงตัวที่การเลียนแบบหน้าคน ซึ่งได้รับความนิยมมาก จึงค่อยๆ พัฒนาฝีมือมาเรื่อยๆ ทำให้แบรนด์ “ตุ๊กตาปั้น” มีจุดเด่นที่ความแตกต่างไม่เหมือนใคร
      
        “ตุ๊กตาปั้นจะเน้นการปั้นแนวล้อเลียนภาพหลัก และไม่ปั้นให้แข็งเหมือนหุ่นขี้ผึ้งทั่วไป นอกจากนั้นจะใส่สีหน้าท่าทาง และสิ่งของประกอบให้ดูน่ารักยิ่งขึ้น ทำให้คนชื่นชอบและมียอดสั่งทำเข้ามามากขึ้นในทุกเทศกาล”
      
        นอกจากตุ๊กตาล้อเลียนที่เขารับทำ ปัจจุบันยังมีการแตกไลน์ออกเป็นงานปั้นที่หลากหลาย โดยมีตุ๊กตาปั้นล้อเลียนหน้าคนเป็นหลัก และมีงานขึ้นต้นแบบ เช่น งานปั้นโมเดลต่างๆ ตามที่ลูกค้าสั่งทำ งานหล่อแบบเรซิ่น / งานปั้นของกิน ของใช้ งานสินค้า Premium ต่างๆ ล่าสุดได้ทำ Thumb drive ที่ใช้เก็บข้อมูลหรือเป็นพวงกุญแจ ซึ่งระดับราคาจะแล้วแต่ชิ้นงาน ขนาด และจำนวนที่สั่ง สำหรับตุ๊กตาล้อเลียนจะอยู่ที่ประมาณตัวละ 2,000 บาท
      
        ผู้สร้างแบรนด์ตุ๊กตาปั้นแนะวิธีขายสินค้าออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จว่า การประชาสัมพันธ์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซช่วงแรกอาจจะยังไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภค จึงต้องถามตัวเองก่อนว่า สินค้าของเรามีเอกลักษณ์อะไรที่โดดเด่นกว่าคนอื่น และพยายามชูส่วนนั้นขึ้นมาทำให้คนรู้จัก นอกจากนั้นการออกสื่อต่างๆ ก็ช่วยให้คนรู้จักได้มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้คนรู้จักสินค้าแล้วยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้อีกด้วย นอกจากนั้นจะต้องสร้างสรรค์งานอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดธุรกิจไม่ให้หยุดนิ่ง เพราะธุรกิจที่หยุดนิ่งคือ ธุรกิจที่ตายแล้ว
      
       เขายังบอกอีกว่า สำหรับน้องๆ ที่มีไอเดียเจ๋ง ๆ และอยากทำธุรกิจออนไลน์ สามารถปรึกษาเขาได้ที่ www.tuktapun.com

 
       “Google - TCDC” หนุน SMEs
       สร้างธุรกิจสร้างสรรค์ ผลักดันเข้าตลาดออนไลน์
      
       เมื่อผู้ประกอบการ SMEs มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ขาดประสบการณ์ก็ทำให้หลายรายล้มหายตายจากจนปิดกิจการกันไปไม่น้อย การสร้างธุรกิจอาจต้องทำควบคู่ไปกับการศึกษาหาช่องทางพัฒนาใหม่ๆ ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่มีบทบาทในการผลักดันและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ
      
       เช่นในเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2555 นี้ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ร่วมกับสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จะจัดกิจกรรมบรรยายและสัมมนาเชิงปฏิบัติการแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ในโครงการ “การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ปี 2555” ให้กับผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์รีไซเคิล ของเล่น อาหารเพื่อสุขภาพ และของที่ระลึก โดยทีมวิทยากรและที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ นักออกแบบ นักการตลาด และนักสร้างสรรค์มืออาชีพ เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดแนวทางธุรกิจ เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน
      
       ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจร่วมโครงการฯ สามารถขอรับใบสมัครได้ที่สำนักงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 24 อาคารเอ็มโพเรียม ทาวเวอร์ หรือ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.tcdc.or.th ระหว่างวันที่ 1 - 24 กุมภาพันธ์ 2555
      
       ขณะที่ Google ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผลักดันให้ผู้ประกอบการมีเว็บไซต์ฟรีในช่วงปีแรก พร้อมฝึกอบรมวิธีทำธุรกิจบนโลกอินเทอร์เน็ตในโครงการ “ธุรกิจไทย โก ออนไลน์” ซึ่งผ่านมากว่า 6 เดือน มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการถึง 40,000 ราย ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสในการเชื่อมต่อกับลูกค้าเพิ่มขึ้นโดยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้สนใจเปิดเว็บไซต์กับกูเกิ้ลฟรีปีแรก ในโครงการ Get Businesses Online ของ Google สามารถลงทะเบียนได้ที่ www.goonline.in.th