DAILY RECOMMENDATION
เรียกดูหัวข้อในหมวดนี้ 
สูตรมั่งคงปีมังกร เฮียฮ้อ อาร์เอส
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ - 12 ก.พ. 55

ทุกๆ ปี "เฮียฮ้อ" สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บิ๊กบอส บมจ.อาร์เอส จะปรับกลยุทธ์การลงทุนส่วนตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมถึงแผนธุรกิจของอาร์เอส ในปี 2555 ก็ปรับใหม่ภายใต้คอนเซปต์ A Year of Social Entertainment เน้นการส่งต่อข้อมูลผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยอาศัย Platform ใหม่ๆ ในส่วนของธุรกิจเพลงและดิจิทัล ธุรกิจโชว์บิซ และธุรกิจกีฬา ยังคงยึดแนวทาง Entertainment Content Provider สำหรับกลุ่ม Media Service ได้แก่ ธุรกิจโทรทัศน์ ธุรกิจวิทยุ และธุรกิจบริหารสื่อในโมเดิร์นเทรด ปีนี้ บิ๊กบอสอาร์เอสสั่งปรับโครงสร้างธุรกิจให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
 
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกปีในองค์กรของอาร์เอส เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับพนักงานที่นี่ ได้ยินลูกน้องคนสนิทพูดถึงเจ้านายให้ฟังว่า “เฮีย” เป็นคนใจกล้า ใจถึง ไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นอาร์เอสปรับเปลี่ยนวิธีคิดและปรับองค์กรใหม่ทุกปี
 
แม้แต่การลงทุนส่วนตัวเมื่อปีที่แล้ว เฮียฮ้อ เคยเล่ากลยุทธ์บริหารเงินลงทุนว่า จะแบ่งเงินเป็น 3 ก้อนใหญ่ “ก้อนแรก” 10-15% เก็บไว้เป็น “เงินสด” เพื่อใช้จ่ายภายในครอบครัว “ก้อนที่สอง” 50-60% ลงทุนในตลาดหุ้น และ “ก้อนที่สาม” นำไปซื้อทรัพย์สินส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า คอนโดมิเนียม และรถยนต์คันโปรด...สำหรับปีมังกร เจ้าพ่ออาร์เอส ได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่
 
 
"วันนี้แผนการลงทุนส่วนตัวเปลี่ยนไปพร้อมๆ กับแผนธุรกิจของอาร์เอสที่ต้องเปลี่ยนไปตามโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน" เฮียฮ้อ กล่าวกับ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ที่ตึกอาร์เอส ชั้น 3 ย่านถนนลาดพร้าว  
 
เจ้าพ่ออาร์เอส เปิดเผยว่า วันนี้ความคิดการลงทุนของเฮีย "เปลี่ยนไป" จากเดิมแบ่งเงินเป็น 3 ก้อน ปีนี้ จะเหลือเพียง 2 ก้อนใหญ่ๆ โดย “ก้อนแรก” 20% จะเก็บไว้เป็นเงินสด ส่วน “ก้อนที่สอง” 80% เฮียได้โยกเงินลงทุนจากตลาดหุ้น ยกเว้นหุ้น RS มาซื้อสินทรัพย์ส่วนตัว โดยเฉพาะที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เชื่อว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีมาก แต่เฮียขอไม่เปิดเผยตัวเลข (เอาเป็นว่าค่อนข้างมาก)
 
 “เฮียเริ่มถอนการลงทุนจากหุ้นบลูชิพ โดยขายหุ้นแบงก์ พลังงาน มาตั้งแต่ปีก่อน (2554) แล้วหันมาซื้อหุ้น RS มากขึ้น จนปัจจุบันถือหุ้น RS อยู่ในมือแล้ว 24% หากมีจังหวะดีๆ เฮียก็จะซื้อเพิ่มอีก”
 
เจ้าตัวเผยว่า ได้ตัดสินใจซื้อ (เทคโอเวอร์) ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง "ชื่อดัง" แห่งหนึ่งที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เจ้าของเดิมเขาอยากขาย ด้วยความที่เรารู้จักกันมานานเฮียจึงตัดสินใจซื้อมาบริหารต่อ ตั้งใจจะบูรณะของเดิมที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วให้เป็นสัญลักษณ์ของเขาใหญ่ คาดว่าเฟสแรกจะเปิดภายในสิ้นปี 2555 จากทั้งหมด 2 เฟส ระยะเวลาก่อสร้างทั้งโครงการ 3 ปี ประเดี๋ยวสิ้นปีนี้ถ้าเสร็จเฮียจะพาไปดู เจ้าตัวพูดด้วยสีหน้าแววตาที่ภาคภูมิใจ
 
ที่จริงโครงการนี้มีรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ทั้งมูลค่าการลงทุนที่ค่อนข้างสูง รูปแบบโครงการ ตลอดจนระยะเวลาการคืนทุน แต่นายใหญ่อาร์เอสขอเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับจะเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เฮียฮ้อบอกเพียงว่า ถ้าเปิดตัวรับรองงานนี้มี “เซอร์ไพรส์” แน่นอน
 
 ตอนนี้ส่งลูกชายคนโต “ป็อป” เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ เป็นคนออกไอเดียโครงการ ด้วยความที่เขาเป็นคนรุ่นใหม่ น่าจะมีแนวคิดที่ดีกว่าพ่อ แต่คงไม่ถึงขนาดให้ลูกชายดูแลเต็มตัว โดยเฮียฮ้อได้เซตมืออาชีพขึ้นมาดูแลโครงการนี้แล้ว
 
การลงทุนส่วนตัวครั้งนี้ถือเป็นการ "ลงทุนใหญ่..มูลค่าสูง" ทำไม! จึงสนใจหันมาทำธุรกิจที่เขาใหญ่ นายใหญ่อาร์เอส เฉลยว่า เขาใหญ่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก (ไม่ต่างจากหัวหิน) วันนี้เขาใหญ่ยังขาดอะไรอีกมากมาย เช่น โรงแรมระดับ 5 ดาว และสถานที่ท่องเที่ยวที่คนสามารถใช้เวลาอยู่ในนั้นได้ 2-3 ชั่วโมง ทุกวันนี้ต้องยอมรับคนไปเขาใหญ่ไปแล้วไม่รู้จะทำอะไร มันไม่มีอะไรให้ทำ
 
ลงทุนครั้งนี้ เฮียบอกว่า เกิดมาจากความรักที่มีต่อเขาใหญ่ มาเที่ยวไม่ต่ำกว่า 10 ปีแล้ว  ทุกครั้งที่ว่างจากงานที่กรุงเทพ ก็จะมาพักผ่อนที่เขาใหญ่เป็นประจำจนรู้จักทุกซอกทุกมุม การเดินทางก็ไม่ไกล อากาศดี เสน่ห์ของเขาใหญ่ทุกครั้งที่มาเฮียจะหมดเวลาไปกับการตีกอล์ฟเดินเล่น และนั่งเงียบๆ กับธรรมชาติ ได้ผ่อนคลาย ได้ชาร์จไฟให้ตัวเอง และได้ใช้ความคิด เมื่อความคิดนิ่งพอก็จะคิดแผนธุรกิจอะไรได้มากมาย

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาร์เอส ยืดอกรับว่า สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ช่วงปลายปี 2554 ทำให้อาร์เอส "รวยลดลง" รายได้ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2554 หายไปประมาณ 300 ล้านบาท ส่งผลให้พลาดเป้ารายได้ 3,100 ล้านบาท แต่เป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเบอร์ 1 ธุรกิจดิจิทัล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เฮียเชื่อว่า เดินมาใกล้ความจริงมากแล้ว
 
"เฮียเชื่อว่า ปีนี้ ตัวเลขทางการเงินทุกตัวของอาร์เอสจะดีขึ้นหมด ตั้งแต่อัตรากำไรสุทธิคาดปีนี้ จะอยู่ที่ 10-11% จากปี 2554 หลังน้ำท่วมทำได้เพียงเลขตัวเดียว ส่วนในแง่ของรายได้ปีนี้ ตั้งเป้า 3,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปี 2554"
 
ไฮไลต์ของอาร์เอส ปีนี้จะอยู่ที่ "ธุรกิจกีฬา" ปีนี้จะเป็น “พระเอก” คู่กับ "ธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม" ในส่วนของธุรกิจกีฬา ตั้งเป้ารายได้ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,050% จาก 20 ล้านบาท เพราะอาร์เอสได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกา สเปน 3 ปีซ้อน (ฤดูกาลปี 2012-2015)
 
ส่วนธุรกิจทีวี ปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จาก 430 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จาก 6 รายการที่ออนแอร์ในฟรีทีวี 200 ล้านบาท ที่เหลือมาจากโทรทัศน์ดาวเทียม 550 ล้านบาท โดยในเดือนกรกฎาคม 2555 อาร์เอสมีแผนจะเปิดช่องโทรทัศน์ดาวเทียมเพิ่มขึ้นอีก 1 ช่อง ภายใต้รูปแบบใหม่ New Definition Of Pay TV เพื่อถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกา สเปน 380 แมทช์ ตลอดฤดูกาล และตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555 เป็นต้นไป บริษัทจะคิดราคาสมาชิกเพียง 100 กว่าบาท เท่านั้น
 
ปัจจุบันอาร์เอสมีช่องโทรทัศน์ดาวเทียม 4 ช่อง ได้แก่ สบายดีทีวี, You Channel, YAAK TV และช่อง 8 ซึ่งช่อง YAAK TV และช่อง 8 จากที่เคยขาดทุนในปี 2554 ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเปิดช่องใหม่จะสามารถกลับมามีกำไรได้ในปี 2555 ส่วนช่องใหม่ มั่นใจกำไรทันที เพราะรูปแบบการทำช่องไม่เหมือนกัน
 
เฮียฮ้อ เล่าต่อว่า ธุรกิจเพลงและดิจิทัล ปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ไว้ 950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อนที่มีรายได้ 930 ล้านบาท โดยจะเปลี่ยนกลยุทธ์การขับเคลื่อนจากรูปแบบ “มิวสิค ดาวน์โหลด” (Music Download) ไปสู่ยุค “มิวสิค สตรีมมิ่ง” (Music Streaming) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ เพราะสามารถดึงเพลงขึ้นมาฟังได้ทันที โดยไม่ต้องดาวน์โหลดเก็บไว้
 
"ตอนนี้เฮียกำลังคุยกับโอเปอเรเตอร์ 3 ราย สำหรับรูปแบบยังไม่ลงตัวอาจขายเป็นแบบแพ็คเกจรวมกับโอเปอเรเตอร์ หรือเราอาจทำเป็น Application เพื่อให้ลูกค้าเข้าไปฟังเพลง คาดว่าไตรมาส 2 ปีนี้ จะได้ข้อสรุป...ธุรกิจเพลงและดิจิทัลก็ยังคงมีมาร์จินสูงถึง 60% เหมือนเดิม แต่ธุรกิจเพลงเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เราต้องยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนให้ทันก่อนจะสายเกินแก้"
 
ส่วนธุรกิจโชว์บิซ เชื่อว่าจะมีรายได้ 850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จาก 770 ล้านบาท เพราะไตรมาสแรกของปี 2555 ราชการและเอกชนจะกลับมาจัดกิจกรรมเหมือนเดิม คาดว่าจะมีงานจากราชการ 70% และเอกชน 30% ขณะเดียวกันปีนี้ยังมีแผนจัดคอนเสิร์ตใหญ่ไม่ต่ำกว่า 10 คอนเสิร์ต มีทั้งศิลปินยอดนิยมในอดีต และ Kamikaze รวมถึงอาร์สยาม
 
ธุรกิจวิทยุ ภายใต้แบรนด์ COOL 93 Fahrenheit อาจมีรายได้ 340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จาก 320 ล้านบาท ธุรกิจนี้ไม่มีอะไรหวือหวา แต่เขาจะขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ขณะเดียวกันยังเพิ่มราคาขายเวลาโฆษณาอีกประมาณ 6% ปัจจุบัน COOL 93 ถือเป็นคลื่นเพลง Easy Listening อันดับ 1 จากผลสำรวจ Nielsen Media Research ตลอดระยะเวลากว่าสิบปี
 
สำหรับธุรกิจอินสโตร์มีเดีย ยอมรับว่าจะมีรายได้ลดลง คาดว่าปีนี้จะทำได้เพียง 80 ล้านบาท ลดลง 65% จาก 230 ล้านบาท เพราะโมเดิร์นเทรดหลายรายนำกลับไปทำเอง เพราะทำแล้วได้กำไรดี อีกอย่างอายุสัมปทานสั้นเพียง 3 ปี และโมเดิร์นเทรดยังขึ้นค่าสัมปทานอีก เราจะทำให้ บิ๊กซี, คาร์ฟู, โลตัส จนถึงเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น ส่วนทีวีใน TOP ปั๊มน้ำมันจิฟฟี่ และบัสแอด 50 คัน อาร์เอสยังทำอยู่ จากนี้จะปรับโครงสร้างธุรกิจนี้อย่างไร ขอกลับไปคิดดูก่อน รอให้หมดปีนี้แล้วค่อยมาว่ากัน แต่คงไม่ยุบ
 
เฮียฮ้อ ทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาทำงานสบายใจตลอด แต่ไม่เคยวางใจ คนทำธุรกิจเหมือนแล่นเรือ เราสบายใจตรงที่เรือเราแข็งแรงแล้ว ผ่านการจัดทีมและองค์กรมาแล้ว เรือของเราสะเทินน้ำสะเทินบก ลูกเรือ คนในเรือ มีประสิทธิภาพ แต่ที่บอกว่าไม่วางใจ ตราบใดที่ยังแล่นเรือในทะเลมันวางใจไม่ได้ ในความเรียบของคลื่น จะเกิดอะไรขึ้นไม่รู้
 
"วันนี้อาร์เอส เป็นเหมือนที่เฮียฝันเป็น “มีเดีย ดิจิทัลคอนเทนท์ แต่ฝันเปลี่ยนไปตามกระแสที่เปลี่ยนไป ไซส์เล็กใหญ่ไม่สำคัญเท่าทำธุรกิจยุคนี้ต้องมี "ความยืดหยุ่น" ถึงจะอยู่รอด บิ๊กบอสอาร์เอส ให้แง่คิด