DAILY RECOMMENDATION
เรียกดูหัวข้อในหมวดนี้ 
เจาะวิชั่น 3 ปี ใหญ่สุด ในอาเซียนฝันไกล สหการประมูล
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ - 6 ส.ค. 56

“ผมไม่เล่นหุ้น ใครเจอหน้าก็ชอบถาม พอดีไม่มีเงิน อยู่ใกล้ข้อมูล เลยทำให้ความยากหายไป”

“เอก” เอกพิทยา เอี่ยมคงเอกเอ็มดีรับจ้างแห่ง “สหการประมูล” (AUCT) ผู้ประกอบธุรกิจบริการจัดการประมูลสินค้า เผลอระบายความในใจผ่าน “กรุงเทพธุรกิจ Biz Week”

ใครจะเชื่อ!!

ไม่แปลกหากจะมี “เม่าน้อยใหญ่” มักตั้งคำถามเรื่องหุ้นๆกับ “ชายวัย 42 ปี” นักลงทุนบางรายนิยามให้เขาเป็น “บุรุษผู้มากประสบการณ์การลงทุน” 

จากประวัติการศึกษาพบว่า ในปี 2535 เขาเรียนจบปริญาตรี ด้านฎหมาย จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และจบปริญญาโท บริหารธุรกิจ เอกการเงิน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ในปี 2541 ก่อนจะมาเรียนต่อปริญญาโทอีกใบในปี 2550 คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

ก่อนจะมาทำงานประจำการณ์ใน “สหการประมูล” เขาเคย “คลุกคลี” ในแวดวงการเงินมาเกือบ 20 ปี ด้วยการนั่งทำงานที่ “เครดิตส์ ลียองเนส์ (CL) -บล.ซิก้า-ไทยซากุระ-บล.โนมูระ” ล่าสุดนั่งเก้าอี้ “ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ” ใน บล.บีฟิท แถมยังจัดรายการเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนอีกเพียบ อาทิ รายการส่องเศรษฐกิจ, รายการเกาะกระแสหุ้น ทางช่องเนชั่น รายการส่องเศรษฐกิจ ทาง FM102 TV และรายการส่องหุ้นทางสถานนี้สุวรรณภูมิ ทาง FM 92.25

“สหการประมูล” ถือหุ้นใหญ่โดย “ครอบครัวศิลา” 55.20% และ “กลุ่มเสรีวิวัฒนา”5.60% นำทีมโดย “วราณี เสรีวิวัฒนา” ภรรยา “ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา” ในฐานะประธานกรรมการบริษัท เป็นต้น โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) 110 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 2 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท ในวันที่ 31 ก.ค. และ 1- 2 ส.ค.2556 และจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 9 ส.ค. นี้ เงินจากการระดมทุนบริษัทจะนำไปใช้เงินเป็นทุนหมุนเวียน เพื่อขยายธุรกิจต่อไป รวมถึงนำไปพัฒนาบริการด้านต่างๆให้เหมาะสม หวังครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

“ชอบของมือสอง”

ด้วยเหตุนี้ละมั้ง ทำให้ผู้ใหญ่ในบริษัทชักชวนให้มานั่งเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่ปี 2552 “เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก” ทำหน้าครุ่นคิด!! เดิม “สหการประมูล” เป็นลูกค้าเปิดพอร์ตลงทุนสมัยทำงานอยู่โบรกเกอร์ ถือเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เขารู้ว่าเราชอบเรื่องรถยนต์จริงๆ เวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน ก็มักคุยเรื่องรถให้ผู้ใหญ่ท่านนี้ฟังประจำ

“บริษัทขาดคนรู้เรื่องหุ้น” เพราะเขามีแผนจะนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น “บริษัทยังแข็งแกร่งไม่มากพอ” เขาต้องการยกระดับฐานะให้มีความ มืออาชีพมากกว่านี้ “บริษัทขาดคนนั่งทำงานในตำแหน่งเอ็มดี” เขาอยากได้คนที่ไว้ใจได้ และมีความเป็นมืออาชีพ นี่คงเป็นเหตุผลแท้จริงที่บริษัทชวนเรามาทำงาน

ช่วงแรกๆ มานั่งเป็นที่ปรึกษา ด้วยการเข้าประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เน้นเรียนรู้ธุรกิจ และนำเสนอสิ่งที่บริษัทยังขาด พักหลังๆ พยายามเสริมนวัตกรรมเข้าไป อาทิ ระบบลงทะเบียนประมูล E-AUCTION ทุกอย่างเกิดขึ้นในสมัยเรานั่งเป็นที่ปรึกษาทั้งหมด ส่วนเรื่องธุรกิจหลัก (Core Business) เขาแข็งแกร่งอยู่แล้ว เราแค่เข้าไปเสริมในบางเรื่องเท่านั้น

“หัวใจหลักๆ ในการทำงาน คือ จงทำในสิ่งที่ตนรัก” 

ก่อนจะเล่าเป้าหมายการทำงานใน “สหการประมูล” ขอเล่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับรถยนต์มือสองให้ฟังก่อน “ผมมีพรสวรรค์เรื่องรถ สะสมมาตั้งแต่จำความได้” 

สมัยเรียนชีวิตประจำวันของชายชื่อ “เอก” คือ เช้าไปตลาดหุ้น บ่ายไปอู่ซ่อมรถ หลายคนสงสัยท่าทางจะไม่ตั้งใจเรียน “ผมเรียนจบปริญญาตรี 3 ปีเองนะ พ่อเคยบอกว่า “ลูกเรียนเก่งนะไม่มีเกรดอื่นบ้างหรอ” แม้จะเป็นพี่คนโต แต่ก็เรียนไม่เก่งเหมือนน้อง 2 คน น้องสาวจบวิศวกรรมศาสตร์ น้องชายคนสุดท้องจบหมอ (ยิ้ม)

“ผมไปตลาดหุ้นทุกวันวันๆเห็นแต่มาร์เก็ตติ้งนั่งรับโทรศัพท์ ผมเดินไปถามเขา “พี่ๆทำงานได้เงินเดือนเท่าไร” เขาตอบกลับมาว่าเดือนละ 6,000-7,000 บาท โหย!! เราคิดในใจ รับแค่โทรศัพท์ทำไมเงินเดือนเยอะจัง ทำให้ตอนนั้นอยากเรียนจบไวๆจะได้มาทำงาน นั่นละ “จุดเริ่มต้น” ของการตัดสินใจนั่งทำงานในโบรกเกอร์

ช่วงทำงานในไฟแนนซ์จะมีรถยนต์ที่โดนยึดมาค่อนข้างเยอะ อดีตยังไม่มีการประมูลรถยนต์ พอเขายึดรถมาได้ก็มาถามเราว่า “สนใจไหม?” เราตัดสินใจทดลองซื้อ” เพื่อนำไปขายต่อ ทำไปทำมาชักรุ่ง “ผมจึงเปิดธุรกิจเต็นท์รถมือสอง” ทำได้ 3-4 ปี ก็จำเป็นต้องเลิกทำ เพราะเริ่มมีรายได้จากงานประจำมากขึ้น และไม่ค่อยมีเวลา

“เป็นคนชอบรถมากเห็นรถจอดเยอะๆ ยิ่งมีความสุข ตอนน้ำท่วมใหญ่ ไม่อยากขับรถลุยน้ำเลย นอนเฝ้ารถซะเลย พ่อต้องปั่นจักรยานออกมาตาม “ถ้าไม่กลับพ่อยึดรถนะ” (ฮ่าฮ่า)

“กรรมการผู้จัดการ” เล่าถึงแผนธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้าให้ฟังว่า อยากเห็น “สหการประมูล” เป็นบริษัทที่ดีที่สุด และใหญที่สุดในวงการประมูลรถยนต์ในแถบอาเซียน

“อนาคตเราทำได้แน่” 

ยิ่งเปิดเสรีเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (AEC) ในปลายปี 2558 รับรองไม่ใช่เรื่องยาก จริงๆเวลาพูดถึง “สหการประมูล” ทุกคนรู้จักเราในฐานะเบอร์ 1

“มั่นคงยั่งยืน” นิยามของเรา

3 ปีข้างหน้า!! อยากเห็น “มาร์เก็ตแชร์” เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแง่ของรายได้ต้องโต 10-20% ทุกปี เมื่อก่อนเวลาพูดถึงรถยนต์มือสอง ทุกคนจะนึกถึงคำว่า “ย้อมแมว รถไม่ดี” ฉะนั้นเราจะพยายามทำให้วงการนี้มี “ความโปร่งใส” หลังเราเข้าตลาดหุ้นทุกคนจะตรวจสอบเราได้ทุกอย่าง หากทำไม่ดีคงโดน “อัดเละ”

เขา บอกว่า ธุรกิจแบบเรายังมีคนทำไม่เยอะ ฉะนั้นตลาดนี้ยังกว้าง ในเมืองไทยเราประมูลซื้อขายรถปีละ 40,000 คัน ขณะที่ตลาดรวมซื้อขายรถยนต์ประมาณปีละล้านกว่าคัน ส่วนตลาดต่างประเทศมองว่ายังคงมีความต้องการสูง ยกตัวอย่าง ประเทศอินโดนีเซีย เขามีประชากร 200 ล้านคน แต่ขายมอเตอร์ไซด์ปีละ 8,000,000 คัน ประเทศไทยขาย 2,000,000 คัน ส่วนรถยนต์ขายใกล้เคียงกับประเทศเราประมาณ 1 ล้านคันต่อปี 

เท่าที่วิเคราะห์ตัวเลข อาศัยเคยเป็นนักวิเคราะห์เก่ามาก่อน (ยิ้ม) พบว่า เราสามารถเจาะเข้าไปใน “ตลาดรถยนต์บุคคลทั่วไป” จากปกติที่ทำเพียง “ตลาดนิติบุคคล” หลังทีมงานบอกว่าตลาดนิติบุคคล “ตัน” แล้ว ปัจจุบันเรามีสัดส่วนรายได้จากตลาดรถยนต์บุคคลธรรมดา 20% ทำให้ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเรามีรายได้เติบโตสม่ำเสมอ

“โมเดลการเติบโตแบบเดิมของเรามีลักษณะ “เศรษฐกิจแย่บริษัทจะดี แต่หากเศรษฐกิจดีบริษัทแย่” แต่ปัจจุบันไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ รายได้ของเราจะขยายตัวต่อเนื่อง ไม่เหวี่ยงขึ้นลงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา”

ตอนนี้เราคงพูดแผนธุรกิจอนาคตมากไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างช่วงขายหุ้นไอพีโอ เราบอกได้เพียงว่าพร้อมขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจประมูลรถยนต์มือสอง บริษัทจะขยายช่องทางการประมูลมากขึ้น ทั้งประมูล ณ สถานที่จริง และประมูลผ่านระบบออนไลน์

ล่าสุดบริษัทได้ขยายพื้นที่จอดรถในสำนักงานใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 14 ไร่ เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ พร้อมทั้งเพิ่มวันจัดประมูลที่สำนักงานใหญ่ ย่านเหม่งจ๋าย เป็น 3 วันต่อสัปดาห์ จากเดิมที่เปิดประมูลเพียง 2 วันต่อสัปดาห์ และจะเพิ่มวันประมูลที่สำนักงานสาขารังสิต-คลอง 8 เป็น 3 วันต่อสัปดาห์ จากเดิมที่จัดประมูลเพียง 2 วันต่อสัปดาห์

“ตอบไม่ได้ว่าจะนั่งบริหาร “สหการประมูล” อีกนานแค่ไหน แต่อยากให้ทุกคนจดจำ “เอกพิทยา” ในมุม “นักบริหารมืออาชีพที่พร้อมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด” เอ็มดีรับจ้าง ทิ้งท้ายบทสนทนา