ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
เสริมสุขซุ่มเงียบทำน้ำอัดลม รอเปิดตัวหลังหมดสัญญาเป๊ปซี่ จับมือ สิงห์ ช่วยกระจายสินค้า
ที่มา ไทยโพสต์ - 15 พ.ค. 55

เสริมสุข-ไทยเบฟฯ ซุ่มผลิตน้ำอัดลมเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่หลังจบสัญญาเป๊ปซี่ 1 พ.ย.ปีนี้ ด้านสิงห์ฯ พร้อมเจรจาช่องทางกระจายสินค้า
แหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่ม เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มตราช้าง เข้าถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทเสริมสุข ผู้ผลิตและกระจายสินค้าเครื่องดื่ม เป๊ปซี่, มิรินด้า, เซเว่นอัพ และน้ำดื่มคริสตัล ไปเมื่อปีก่อน ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกลุ่มน้ำอัดลม (ซอฟต์ดริ๊งก์) ภายใต้แบรนด์ใหม่ คาดพร้อมเปิดตัวสินค้าปลายปีนี้
เนื่องจากบริษัทเสริมสุข จะสิ้นสุดสัญญาธุรกิจระหว่างบริษัทเป๊ปซี่ โค อิงค์ ในวันที่ 1 พ.ย.ปีนี้ ซึ่งจากความรู้ความชำนาญของบริษัทเสริมสุข ซึ่งเป็นพันธมิตรกับเป๊ปซี่มานานกว่า 50 ปี รวมทั้งจากเทคโนโลยีการผลิตเครื่องดื่มที่มีอยู่ ทำให้บริษัทดังกล่าวมีความพร้อมในธุรกิจนี้ ที่จะทำตลาดน้ำอัดลมของตัวเองอย่างแน่นอน และส่งผลให้บริษัทไทยเบฟฯ สามารถต่อยอดธุรกิจไปยังเครื่องดื่มกลุ่มใหม่น้ำอัดลมด้วยเช่นกัน
เนื่องจากมีการประเมินว่า ความพร้อมของบริษัทเสริมสุขที่จะทำน้ำอัดลมเองน่าจะมากกว่า 99.99% แต่อาจจะต้องลงทุนเพิ่มกว่า 1,000 ล้านบาทในด้านระบบต่างๆ จากปัจจุบันบริษัทดังกล่าวมีความพร้อมในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของรสชาติเครื่องดื่มหรือสูตรการผลิตนั้น สามารถพัฒนาได้เช่นกัน ขณะที่ด้านเทคโนโลยีการผลิตไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่
อย่างไรก็ตาม จากการที่บริษัทสิงห์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ทำตลาดและกระจายสินค้าผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ เตรียมแผนผลิตและทำตลาดร่วมกับบริษัทเป๊ปซี่ฯ ในประเทศไทยต่อเนื่อง หลังหมดสัญญากับบริษัทเสริมสุขในปลายปีนี้ โดยในวงการเครื่องดื่มประเมินว่าน่าจะอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงและผลตอบแทนทางธุรกิจ ซึ่งหากบริษัทสิงห์ฯ สนใจขยายธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอัดลมใหม่จะต้องลงทุนมหาศาล
ขณะที่บริษัทสิงห์ฯ มีความแข็งแกร่งในช่องทางจำหน่ายสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านตัวแทนขาย (เอเยนต์) ต่างๆ ทั่วประเทศ แต่หากจะมาเป็นผู้จัดจำหน่ายหรือกระจายสินค้าน้ำอัดลม อาจจำเป็นต้องมีการปรับรูปแบบการทำตลาดหรือการกระจายสินค้าใหม่ให้เหมาะสม ซึ่งหลังจากเป๊ปซี่เข้าซื้อโรงงานซานมิเกลในจังหวัดระยอง มูลค่าราว 4,000 ล้านบาทนั้น จะสามารถรองรับการผลิตได้เฉพาะขวดพลาสติกพีอีทีเท่านั้น
“นอกเหนือจากการที่เป๊ปซี่เข้าไปเจรจากับบริษัทสิงห์ฯ แล้ว ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ อาทิ บุคลากรฝ่ายต่างๆ ที่มีการเข้าไปซื้อตัวจากบริษัทเครื่องดื่มน้ำอัดลมตลาดเดียวกันด้วย เช่น อาเจ บิ๊กโคล่า เป็นต้น” แหล่งข่าว กล่าว
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มน้ำอัดลมในไทย ส่วนใหญ่กว่า 60% จะยังคงเป็นบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วเป็นหลัก และคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาราว 5 ปี ตลาดขวดแก้วจึงจะลดลงและเปลี่ยนเป็นบรรจุภัณฑ์อื่นๆ อาทิ ขวดพีอีที หรือ กระป๋อง เช่นเดียวกับแนวโน้มตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในต่างประเทศ ซึ่งการเข้ามาของเสริมสุขและไทยเบฟฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการทำตลาดครั้งใหญ่ของน้ำอัดลมในไทย
แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกสมัยใหม่ กล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในรอบ 4 เดือนแรกปีนี้ พบว่า ในช่องทางดังกล่าวมีอัตราเติบโตสูงสุดถึง 14% เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อเนื่อง ซึ่งพบว่าเจ้าของสินค้าเครื่องดื่มน้ำอัดลมยี่ห้อต่างๆ มีอัตราเติบโตสูงเช่นกัน โดยเฉพาะแบรนด์เป๊ปซี่ ที่ขณะนี้เข้าช่องทางโมเดิร์นเทรดได้ครอบคลุมกว่า 70% และคาดว่า 1-2 เดือนจากนี้ จะครอบคลุมได้ 100% จากปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทย มีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท.