ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
กนง.คงดอกเบี้ย3%ฟื้นเศรษฐกิจ โล่งแรงกดดันเงินเฟ้อลด พาณิชย์เวิร์กช็อปส่งออก
ที่มา ไทยโพสต์ - 14 มิ.ย. 55

มติ กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 3.00% ย้ำเหมาะสมดันเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ธปท.เบาใจแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มลด แต่ผวาพิษยุโรปลามหนักกว่าเดิม "โต้ง" กระตุ้นบริโภคภายในประเทศขับเคลื่อนการเติบโต “พาณิชย์” เตรียมเวิร์กช็อปส่งออก เคลียร์อุปสรรค ดันโตเข้าเป้า 15%
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายเสถียรภาพนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. วันที่ 13 มิ.ย. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.00% ต่อปี ติดต่อเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่การประชุมวันที่ 21 มี.ค. 2555
ทั้งนี้ กนง.คาดหวังให้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้มั่นคงต่อไปจากไตรมาสแรกของปีฟื้นตัวดีเกินคาด และมีสัญญาณว่าจะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องและรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ซึ่ง กนง.มองว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการประชุมครั้งก่อน จากปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่ขยายวงกว้างกว่าที่คาดไว้เดิม โดยได้ปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจยุโรปจากติดลบ 0.5% เป็นติดลบ 0.7% ซึ่งเศรษฐกิจไทยคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเพาะการส่งออกซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจในสัดส่วนสูงถึง 70%
ขณะที่ความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อในประเทศลดลง ตามการลดลงของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง แต่เศรษฐกิจในประเทศที่ขยายตัวได้ดี ทำให้การส่งผ่านของต้นทุนไปยังอนาคต ทำให้การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของประชาชนยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยรวมแล้วแรงกดดันเงินเฟ้อยังมีอยู่ แต่ลดลงเมื่อเทียบช่วงก่อนหน้า
“ขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านการขยายตัวมากกว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ดังนั้น การใช้นโยบายการเงินผ่อนปรนที่ 3% ต่อปี จึงเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งเราต้องการสงวนนโยบายการเงินไว้เป็นกระสุนรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวรุนแรงมากขึ้นได้ในอนาคต” นายไพบูลย์ระบุ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปที่เกิดขึ้น ประเทศไทยต้องเตรียมตัวในเรื่องของการส่งออกที่ต้องส่งออกไปยังประเทศที่มีปัญหาจากวิกฤติน้อย และส่งเสริมกำลังซื้อในประเทศโดยการเพิ่มรายได้ ที่เริ่มส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศชัดเจนขึ้น
"สำหรับปัญหาด้านการเมือง ก็เห็นว่าทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้ดี สถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลายแล้ว ทำให้ด้านเศรษฐกิจเริ่มเบาใจ" นายกิตติรัตน์กล่าว
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ภายในเดือน มิ.ย.นี้ จะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) แก้ปัญหาการส่งออกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อนำข้อสรุปปัญหาจากการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และผู้ส่งออก 7 อุตสาหกรรม ซึ่งได้นำรายงานสรุปเสนอนายกรัฐมนตรีระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องนำปัญหาไปร่วมกันแก้ไข ซึ่งยังมั่นใจว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัวได้ 15% มูลค่า 2.63 แสนล้านเหรียญสหรัฐ.