ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
ปู เตรียมเวิร์กช็อปเอกชนกู้ส่งออก กนง.แช่แข็งดอกเบี้ย 3%-ตุนกระสุนรับวิกฤตโลก
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ - 14 มิ.ย. 55

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุมกนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3% ต่อปี เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านการขยายตัวมากกว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ จากปัจจัยเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบรุนแรงจากปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่ขยายวงกว้างกว่าที่คาดไว้เดิม โดยได้ทบทวนคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปปีนี้ติดลบ 0.7% จากครั้งก่อนคาดว่าติดลบ 0.5% ซึ่งไทยคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้



?อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3% ถือว่าเป็นระดับผ่อนปรนเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและเป็นกระสุน รองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งยังคงคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 6% แต่ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ กนง.จะนัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เป็นครั้งแรกและจะมีการประชุมร่วมกันอีกอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินมาตรการหรือแผนรองรับได้ทันท่วงที? นายไพบูลย์กล่าว



ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ติดตามวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปอย่างใกล้ชิดโดยจัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกสัปดาห์นั้น ก่อนหน้านี้การทำงานของตนมีคณะทำงานชุดเล็กอย่างไม่เป็นทางการที่ประกอบด้วยนักเศรษฐ ศาสตร์หลายคนคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจยุโรปที่เกิดขึ้น ล่าสุดยังไม่มีสัญญาณอะไรที่น่าหนักใจมากเพราะที่ผ่านมาไทยได้เตรียมตัวรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไว้แล้วโดยเฉพาะการเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ



นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ได้สรุปข้อเสนอการประชุมร่วมกับผู้ส่งออก 7 อุตสาหกรรม เพื่อทบทวนภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2555 ต่อนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งภายในเดือนมิ.ย.นี้ เพื่อทบทวนประเมินสถานการณ์การส่งออก อย่างไรก็ตามเชื่อว่า การส่งออกทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 15% แน่นอน



ทางด้านเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ออกรายงานครึ่งปีประจำปีนี้เตือนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาให้เพิ่มมาตรการป้องกันตัวระยะยาวจากวิกฤตหนี้สินในสหภาพยุโรปซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อตลาดหุ้นในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย พร้อมทั้งปรับการคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกลง โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงจาก 6.1% เมื่อปีก่อนเหลือ 5.3% ในปีนี้ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี



นายฮันส์ ทิมเมอร์ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาของธนาคารโลกกล่าวว่า ประเทศกำลังพัฒนาควรเน้นการปฏิรูปการขยายกำลังผลิตและการลงทุนสาธารณูปโภคด้วยมาตรการระยะยาวมากกว่าที่จะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกแบบวันต่อวัน