ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
ไทยออยล์ทุ่ม4.5หมื่นล้านลุยเออีซี จับตาตลาดน้ำมันโลกพุ่ง บางจากฯเร่งผุดปั๊มอี20
ที่มา ไทยโพสต์ - 15 มิ.ย. 55

 ไทยออยล์เผยแผนลงทุน 5 ปีเตรียมเทงบ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เล็งปักหลักธุรกิจโรงกลั่นในอินโดฯ และพม่า พร้อมทุ่ม 300 ล้านเหรียญสหรัฐสร้างโรงงานผลิตสารชะล้างทำสบู่ ยาสระผม ผงซักฟอก ขนาดใหญ่สุดในอาเซียน เตือนครึ่งปีหลังราคาน้ำมันโลกผันผวนปรับขึ้นเกิน 100 เหรียญสหรัฐ ด้านบางจากฯ เร่งสร้างปั๊มแก๊สโซฮอล์อี 20 และอี 85 สนองนโยบายรัฐ
นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยออยล์ (TOP) เปิดเผยถึงแผนการลงทุนระยะ 5 ปี (2555-2559) ว่า ได้เตรียมงบ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ในปี 2558 โดยเตรียมร่วมลงทุนสร้างโรงกลั่นในประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่และมีความต้องการใช้สูง แต่ในด้านการผลิตน้ำมันกลับไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ของประชากรทั้งประเทศที่มีกว่า 230 ล้านคน นอกจากนี้ จะร่วมทุนกับ บมจ.ปตท.เพื่อพัฒนาโรงกลั่นน้ำมันในประเทศพม่า
“ไทยออยล์จำเป็นต้องเริ่มวางแผนธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของอาเซียน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมศึกษาลงทุนขยายโรงกลั่นน้ำมันเครื่องที่คุณภาพสูง และช่วยประหยัดพลังงานในการขับเคลื่อนรถยนต์ โดยใช้เงินลงทุน 300 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี นอกจากนี้ เตรียมสร้างโรงงาน LAB หรือผลิตสารชะล้างขนาดใหญ่สุดในอาเซียน สำหรับทำผงซักฟอง สบู่ และแชมพู เป็นต้น โดยคาดว่าจะลงทุนไม่ต่ำกว่า 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐ กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 1 แสนตัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาก่อสร้าง” นายวีรศักดิ์กล่าว
นายวีรศักดิ์กล่าวว่า ราคาน้ำมันโลกช่วงครึ่งปีหลังของปี 2555 อาจปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือทางการเงินกับประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ส่งผลให้เศรษฐกิจน่าจะกลับมาดีขึ้น แต่คาดว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปี 2555 จะอยู่ที่ 107 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาจะแกว่งตัวขึ้นลงที่ระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากประเทศซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก จะใช้วิธีเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันไม่ให้ต่ำกว่า 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพราะเป็นราคาที่สร้างกำไรให้ผู้ผลิตและไม่ทำให้ยอดการใช้ของโลกลดลง
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาดูการเลือกตั้งรัฐบาลของประเทศกรีซว่าจะทำให้กรีซหลุดจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศอียูหรือไม่ รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นการเงินสหรัฐระยะที่ 3 อย่างไรในสัปดาห์หน้า รวมทั้งมาตรการกดดันอิหร่านจากกรณีปัญหานิวเคลียร์โดยห้ามสมาชิกอียูซื้อน้ำมัน (แซงชั่น) จากประเทศอิหร่าน ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ก.ค.2555 โดยปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกให้สูงขึ้นอีกครั้ง แต่เชื่อว่าจะไม่เกิน 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า บางจากฯ มีแผนจะขยายสถานีบริการแก๊สโซฮอล์ อี 20 เป็น 600 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 505 แห่ง และอี 85 เป็น 50 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 30 แห่ง ภายในปี 2555 เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 เข้าสู่ท้องตลาดประมาณ 1 ล้านคัน และมีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 ได้ประมาณ 12,000 คัน อีกทั้งค่ายรถยนต์ยุโรปและญี่ปุ่น เช่น วอลโว่ มิตซูบิชิ เชพโรเลต และฮอนด้า มีการผลิตและจำหน่ายรถดังกล่าวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บางจากตั้งเป้ายอดจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ในปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านลิตรต่อเดือน จากเดิมปี 2554 อยู่ที่ 10 ล้านลิตรต่อเดือน และแก๊สโซฮอล์ อี 85 จาก 4.4 แสนลิตรต่อเดือน เพิ่มเป็น 2 ล้านลิตรต่อเดือน.