ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
เฮ!12สินค้าไทยได้ต่อสิทธิGSPสหรัฐ
ที่มา ไทยโพสต์ - 17 ก.ค. 55

 “บุญทรง” เผยไทยได้สิทธิ์ต่อ GSP สำหรับสินค้า 12 รายการ “สศค.” ยันส่งออกปีนี้โตแผ่วแค่ 12.8% ระบุวิกฤติหนี้เน่ายุโรปกระทบแค่ภาคส่งออก ประเมินกรณีเลวร้ายฉุดจีดีพีไทยทรุดไม่เกิน 1%
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้ประกาศคงสิทธิ์ GSP ให้แก่สินค้าไทยรวมทั้งสิ้น 12 รายการ มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังกรมการค้าต่างประเทศและสำนักงานพาณิชย์ ณ กรุงวอชิงตัน ได้ยื่นคำร้องขอผ่อนผันไม่ให้สหรัฐระงับสิทธิ์ GSP แก่สินค้าเมื่อ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยสินค้ากรณีสินค้าที่มีมูลค่าการนำเข้าเกินเพดาน (Competitive Need Limit Waiver (CNL Waiver) ซึ่งปี 2554 กำหนดไว้ที่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ มี 2 รายการ ได้แก่ ถุงมือยางและส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ กรณีสินค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% แต่มูลค่าที่สหรัฐนำเข้า สินค้าดังกล่าวต่ำกว่ามูลค่าขั้นต่ำที่สหรัฐกำหนดไว้ (De Minimis Waivers) จำนวน 10 รายการ ประกอบด้วย ปลาปรุงแต่ง, ทุเรียนสด, มะละกอตากแห้ง, น้ำฟรักโทส, ข้าวโพดหวานปรุงแต่ง, ผลไม้/ถั่วปรุงแต่งด้วยน้ำตาล มะละกอแปรรูป, น้ำเชื่อมแต่งกลั่น/รสหรือแต่งสี, หนังกระบือฟอก, รูปปั้นพอร์ซเลน
นายบุญทรงกล่าวถึงกรณีที่สหรัฐตัดสิทธิ์ GSP สินค้าจำนวน 2 รายการ คือ สินค้าเครื่องประดับเงิน ซึ่งภาษีปกติ 5% และสินค้ายางเรเดียลสำหรับรถบรรทุก ภาษี 4% มีผลบังคับตั้งแต่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ไทยเคยได้รับยกเว้นเพดานนำเข้ามาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
ด้าน นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ปัญหาวิกฤติหนี้ยูโรโซนจะยืดเยื้อต่อไป 5-10 ปี เพราะถือเป็นปัญหาระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจทั้งทางด้านสถาบันการเงิน ภาคการคลัง หนี้สาธารณะ ตลาดแรงงาน รวมไปจนถึงเรื่องทางการเมือง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหานาน และในระยะสั้นประเทศไทยจะได้รับผลกระทบในภาคการส่งออก เพราะไทยส่งออกไปยุโรปคิดเป็นสัดส่วน 9.4% ของการส่งออกทั้งหมด ซึ่ง สศค.คาดว่ามูลค่าการส่งออกของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 12.8%
โดยคาดว่าหากปัญหาของยุโรปรุนแรงจนถึงขั้นสูงสุด และลุกลามไปยังตลาดการเงิน ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยลดลง 0.5-1.0% จากเป้าหมายการเติบโตในปี 2555 ซึ่งคาดไว้ที่ 5.7% แต่ในเวลานี้ยังไม่พบว่ามีความรุนแรงของปัญหาเพิ่มขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด.