ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
งัด4เครื่องมือสู้เงินนอกทะลัก-บาทโป๊ก ประสาร ตั้งรับเฟดใช้คิวอี3แน่
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ - 30 ก.ค. 55

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประ เทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ (คิวอี) รอบ 3 หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของสหรัฐยังไม่สู้ดีนัก ซึ่งถ้าเฟดดำเนินมาตรการคิวอี 3 จริง คงมีผลให้เม็ดเงินบางส่วนทะลักเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย และส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วยอย่างแน่นอน



สำหรับมาตรการเตรียมความพร้อมของธปท. ในการรับมือเรื่องดังกล่าวนั้น ปัจจุบันธปท. มีเครื่องมือ 4-5 เครื่องมือ ซึ่งคงต้องเลือกใช้อย่างเหมาะสม โดยเครื่องมือดังกล่าวประกอบด้วย เครื่องมือด้านอัตราแลกเปลี่ยน เครื่องมือที่ส่งเสริมในเรื่องเงินทุนไหลออก (Out Flow) การเข้าแทรกแซงตลาด (Intervene) และมาตรการสกัด เป็นต้น



ทั้งนี้ ในบรรดาเครื่องมือทั้งหมดนี้ จะเห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือที่เป็นธรรมชาติมากสุด โดยปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดหากค่าเงินบาทไม่ผันผวนมากเกินไปนัก ผู้ประกอบการส่งออกก็เริ่มรับได้ และในส่วนอัตราแลกเปลี่ยนนี้ส่วนใหญ่มักจะเปรียบเทียบกับประเทศคู่ค้าหรือคู่แข่งขันด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน ดังนั้นการเคลื่อนไหวสอดคล้องกับประเทศเหล่านี้ก็ไม่มีปัญหามากนัก ส่วนมาตรการสกัดก็ขึ้นกับระดับความรุนแรง



"ถ้าคิวอี 3 เกิดจริงคงมีเงินทะลักเข้ามาแน่ เงินบาทคงแข็งค่าขึ้น เวลานี้เราจึงพยายามเผื่อพื้นที่เอาไว้ จะเห็นว่าช่วงปีที่ผ่านมาเงินสำรองระหว่างประเทศเราไม่ได้เพิ่มเลย จะคงๆ อยู่ระดับนี้ หากไปดูแลก็มีค่าใช้จ่ายมาก เราเองก็เหนื่อย ก็ภาวนาอยู่" นายประสารกล่าว



สำหรับมาตรการที่ส่งเสริมให้ออกไปลงทุนต่างประเทศนั้น เป็นมาตรการเพื่อสร้างความสมดุลของค่าเงินบาท ซึ่งที่ผ่านมาทำไปเยอะและค่อนข้างได้ผล จะเห็นว่าปี 2554 ที่ผ่านมา นักลงทุนไทยออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศรวมกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ 5 เดือนแรกของปีนี้มียอดออกไปลงทุนแล้วราว 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีแนวโน้มว่ายอดออกไปลงทุนจะเพิ่มขึ้นด้วย



อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการคิวอี 3 ของเฟดคงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าทำแล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะถ้าดูจากการออกคิวอี 2 ในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรนัก เพราะตอนที่เฟดทำคิวอี 2 ตอนนั้นตั้งความหวังไว้ว่า จะไปกระตุ้นการลงทุน และลดการว่างงาน แต่ทั้ง 2 ส่วนนี้ก็ไม่ได้มีสัญญาณที่ดีขึ้นมากนัก ในทางกลับกัน ดันมีเม็ดเงินบางส่วนไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศแทน



นายประสารกล่าวว่า สำหรับในส่วนมาตรการการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ถือว่ามีความจำเป็น แต่ควรเป็นมาตรการที่สนับสนุนในเรื่องการลงทุนเพื่อให้เกิดผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจในอนาคต มากกว่าที่จะดำเนินมาตรการการคลังด้วยการกระตุ้นการอุปโภคบริโภค เพราะเวลานี้ประเทศไทยต้องการการลงทุนมากกว่า