ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
หนี้สาธารณะโป่ง5.2หมื่นล้าน สิ้นพ.ค.พุ่ง42%จีดีพี ธุรกิจเริ่มฝ่อพิษยุโรป
ที่มา ไทยโพสต์ - 1 ส.ค. 55

รัฐบาลมือเติบ หนี้สาธารณะสิ้นเดือน พ.ค.เพิ่ม 5.2 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะหนี้ภาครัฐเพิ่มมากสุด 3.6 หมื่นล้านบาท ดันยอดรวม 4.66 ล้านล้านบาท 42.55% ของจีดีพี "กรุงไทย" เผยผลโพล ธุรกิจเริ่มเชื่อมั่นลดลงครึ่งปีหลัง ผลพวงวิกฤติยุโรป สศค.ยังมั่นใจส่งออกขยายตัว 12.8%
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ แถลงว่า สถานะหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน พ.ค.2555 มีจำนวน 4,668,099.54 ล้านบาท หรือคิดเป็น 42.55% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยเป็นหนี้ของรัฐบาล 3,430,151.44 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1,033,898.03 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 195,230.07 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 8,820 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสุทธิ 51,973.52 ล้านบาท โดยหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น 17,450.81 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) เพิ่มขึ้น 36,640.88 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐเพิ่มขึ้น 1,740 ล้านบาท ขณะที่หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินลดลง 3,858.17 ล้านบาท ส่วนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไม่มีหนี้คงค้าง
น.ส.สมพิศ เจริญเกียรติกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงผลการจัดทำดัชนีธุรกิจกรุงไทย ประจำไตรมาส 2/2555 ซึ่งได้จากการสำรวจความเชื่อมั่นของลูกค้านักธุรกิจทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ว่า ดัชนีอยู่ที่ระดับ 55.58 สูงกว่าระดับปกติที่ 50 ค่อนข้างมาก แต่ลดลงจากระดับ 55.73 ในไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ เนื่องจากนักธุรกิจมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นต่อวิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรปที่อาจจะลุกลามและรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ จนส่งผลกระทบต่อการส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่ม ยางพารา และเครื่องใช้ไฟฟ้า อันจะส่งผลต่อเนื่องให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการไว้
นอกจากนี้ มีบางธุรกิจที่ความเชื่อมั่นลดลงจากไตรมาสก่อน โดยเฉพาะธุรกิจเกษตร เนื่องจากราคาพืชผลสำคัญส่วนใหญ่ยังคงหดตัว ขณะที่ธุรกิจอุตสาหกรรมมีความกังวลต่อผลกระทบด้านการส่งออกและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนแรงงาน
"แม้โดยภาพรวม ดัชนีธุรกิจกรุงไทยในไตรมาส 2 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักธุรกิจต่อภาวะเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ในครึ่งปีหลัง ความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น และลุกลามไปยังสเปนและอิตาลี ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ในอันดับต้นๆ ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงในประเทศ โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานและค่าแรงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น กดดันต่อการดำเนินธุรกิจ" น.ส.สมพิศ กล่าว
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ยังมั่นใจว่าการส่งออกของไทยปีนี้จะยังเติบโตตามคาดการณ์ที่ 12.8% แม้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปอาจส่งผลกระทบบ้าง แต่ไทยได้มีการปรับนโยบายการดำเนินเศรษฐกิจเพื่อรองรับปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยการหันมาเน้นการพึ่งพิงการบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นหลัก ส่วนจีดีพีปีนี้ยังเติบโตได้ที่ 5.7% แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าช่วงครึ่งปีหลังจีดีพีโตได้มากกว่า 10% ขึ้นไป ซึ่งเชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้สูง.