ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
หอการค้าคาดโต5.8%ขยายตัวตํ่าสุดในรอบ3ปี วิกฤตหนี้ยูโรแรงลากส่งออกดิ่งเหว
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ - 1 ส.ค. 55

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์ดัชนีชี้นำการส่งออกของไทยในปี 2555 (Export Composite Leading Index : Export CLI) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบการส่งออกไทยจากวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปว่า ดัชนีการส่งออกมีสัญญาณชะลอตัวจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลักที่ส่งสัญญาณหดตัว เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นจากปัญหาวิกฤตหนี้ในสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีความรุนแรงมากขึ้น และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน จากการผลิต การค้า และการบริโภคที่ชะลอตัวลง ซึ่งเกิดจากนโยบายชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจของจีนก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะ housing ?Softlanding?



ทั้งนี้ คาดว่าอัตราการส่งออกของอียูจะขยายตัวติดลบ 4.5% จากที่ขยายตัวในปีที่ผ่านมาที่ 12% ส่งผลต่อการส่งออกของประเทศไทยในปีนี้ให้ขยายตัวได้เพียง 5.8% จากเป้าหมายเดิมที่หอการค้าไทยคาดว่าจะขยายตัวได้ 13% เพราะวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจะกระทบต่อไทยในปีนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม 9,442 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดในรูปเงินบาท 298,876 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการส่งออกที่ขยายตัวตํ่าสุดในรอบ 3 ปีนับจากปี 2553 และปี 2554 ไทยส่งออกขยายตัวที่ 17.2%



สำหรับการเปรียบเทียบมูลค่าการส่งออกต่อเดือนในช่วงครึ่งปีหลังตามเป้าหมายการส่งออกปีนี้ หากเป้าหมายส่งออกอยู่ที่ 3.8% ต้องส่งออกได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,867 ล้านเหรียญสหรัฐ เป้าหมายส่งออกอยู่ที่ 5.8% ต้องส่งออกได้เฉลี่ยต่อเดือน 21,653 ล้านเหรียญสหรัฐ เป้าหมายส่งออกอยู่ที่ 7.5% ต้อง ส่งออกได้เฉลี่ยต่อเดือน 22,279 ล้านเหรียญสหรัฐ เป้าหมาย 10% ต้องส่งออกได้เฉลี่ยต่อเดือน 23,240 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป้าหมายส่งออก 15% ต้องส่งออกได้เฉลี่ยต่อเดือน 25,147 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยที่จะได้รับผลกระทบจากตลาดอียูมากที่สุดคือ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอาหาร อัญมณี สิ่งทอ และยางพารา



นายอัทธ์กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลต้องการผลักดันการส่งออกของประเทศในปีนี้ให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 15% ของกระทรวงพาณิชย์ ในช่วงครึ่ง ปีหลังจะต้องมีการผลักดันให้การส่งออกในแต่ละเดือนส่งออกได้ไม่ตํ่ากว่า 25,147 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลวางไว้อาจมีส่วนในการสนับสนุนการส่งออกได้



นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า มั่นใจว่าตัวเลขการส่งออกของไทยในปีนี้จะยังเติบโตได้ตามคาดการณ์ที่ 12.8% เนื่องจากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นช่วงที่มีการส่งออกสูงที่สุด แม้ว่าปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปอาจส่งผลกระทบบ้าง แต่ที่ผ่านมาไทยได้มีการปรับนโยบายการดำเนินเศรษฐกิจใหม่เพื่อรองรับปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยการหันมาเน้นการพึ่งพิงการบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นหลัก นอกจากนี้ สศค.ยังมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ยังเติบโตได้ที่ 5.7% และการส่งออกจะขยายตัวได้ในช่วง 12.5-12.8% แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าช่วงครึ่งปีหลังจีดีพีโตได้มากกว่า 10% ขึ้นไป ซึ่งเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูง