ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
ลุ้นไตรมาส3จีดีพีฟื้นแตะ3% ทนุศักดิ์ดันแบงก์รัฐอุ้มเศรษฐกิจ
ที่มา ไทยโพสต์ - 30 ส.ค. 56

 สศค.ประเมินไตรมาส 3 จีดีพีฟื้นตัวได้มากกว่า 3% ชี้เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดเรียบร้อยแล้ว ลุ้นครึ่งปีหลังนำเข้า-ส่งออก “ทนุศักดิ์” ดึงแบงก์รัฐร่วมวงกระตุ้นเศรษฐกิจ คาด ก.ย.นี้มั่นใจโต 4%
    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.คาดการณ์แนวโน้มตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาสที่ 3 ปี 2556 น่าจะขยายตัวได้มากกว่า 3% เนื่องจากเครื่องบ่งชี้เศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นในหลายภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะแนวโน้มการส่งออกสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้น ตามแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างสหรัฐและกลุ่มประเทศยุโรปที่มีสัญญาณการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    นอกจากนี้ ในส่วนของการนำเข้าในเดือน ก.ค. มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.1% โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบที่เติบโตสูงถึง 12.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  และขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.5% จากไตรมาสที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่าภาคเอกชนเริ่มมีการนำเข้าวัตถุดิบที่มากขึ้น เพื่อผลิตและส่งออกในระยะต่อไป ขณะที่การอุปโภค-บริโภคในประเทศในส่วนของการบริโภคทั่วไปเริ่มปรับตัวดีขึ้น จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในประเทศที่ยังขยายตัวได้ 5.5% 
    ทั้งนี้ ในส่วนของเงินบาทที่ยังอยู่ในช่วงอ่อนค่านั้น มองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะให้ความสำคัญและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
    “ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะยังมีแรงส่งที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย นั่นคือจุดวกกลับของเครื่องบ่งชี้เศรษฐกิจในหลายๆ ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคการนำเข้าและส่งออก ที่เริ่มมีทิศทางการฟื้นตัวได้ดีขึ้น รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมันด้วย ซึ่ง สศค.จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และจะมีการปรับประมาณการจีดีพีและตัวเลขส่งออกของไทยปี 2556 ในเดือน ก.ย. โดยตามประมาณการเดิม สศค.ยังคงประเมินว่าจีดีพีในปีนี้จะขยายตัวได้ที่ 4.5%” นายเอกนิติกล่าว
    ด้าน นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.การคลัง เปิดเผยในงานสัมมนา “พลิกวิกฤติ สร้างโอกาส รับมือเศรษฐกิจไทยในอนาคต” ว่า ได้สั่งการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การดูแล อาทิ ธนาคารอาหารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์), บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรม (บสย.) และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เร่งส่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามาภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้  ซึ่งในเบื้องต้นประเมินว่าโครงการต่างๆ ที่จะเสนอเข้ามานั้นมีเม็ดเงินรวมกันไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาท
    ทั้งนี้ เตรียมจะทยอยเปิดตัวโครงการต่างๆ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจตั้งแต่เดือน ก.ย.จนถึง พ.ย. ซึ่งมั่นใจว่ามาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ออกมาจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจในปีนี้เติบโตได้ในระดับ 4% อย่างแน่นอน