อื่นๆ
เรียกดูข่าวในหมวดนี้ 
กองทุนบัวหลวงเดินหน้าปันผลต่อ กอง LTF และกองหุ้น เม็ดเงินกว่า 327 ล้านบาท
ที่มา บลจ.บัวหลวง - 18 ต.ค. 60

 

 

 

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์ 

                                                                                     Press Release

 

 

กองทุนบัวหลวงเดินหน้าปันผลต่อ 

กอง LTF และกองหุ้น เม็ดเงินกว่า 327 ล้านบาท

 

        

          กองทุนบัวหลวงเดินหน้าปันผลสำหรับกองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 หุ้นระยะยาวปันผล หรือ BBASICDLTF และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล หรือ BSIRICG

 

          คุณพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและการลงทุน  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า ในวันที่  16 ตุลาคมที่ผ่านมา กองทุนบัวหลวงมีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยกองทุนเพิ่มอีก  2 กองทุน ได้แก่  BBASICDLTF และ BSIRICG เม็ดเงินรวมกันกว่า 327 ล้านบาท  

 

          ก่อนหน้านี้ กองทุนบัวหลวงมีการจ่ายไปแล้ว ในเดือนกันยายนและตุลาคม จำนวน 4 กองทุน คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 131  ล้านบาท เท่ากับในสองเดือนนี้มีการจ่ายเงินให้ผู้ถือหน่วยแล้วกว่า 458 ล้านบาท

 

          การจ่ายครั้งนี้มาจากผลการดำเนินงานสะสม  โดย BBASICDLTF จ่ายปันผลในอัตรา 0.22 บาทต่อหน่วยฯ และ BSIRICG ในอัตรา  0.30 บาทต่อหน่วยฯ โดยลูกค้าทั้งสองกองนี้รับเงินวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

          ผู้ถือหน่วยฯ กองทุน BSIRICG ในปีนี้ได้รับผลตอบแทนต่อเนื่อง โดยได้รับเงินปันผล รวมแล้ว 1.09 บาทต่อหน่วยฯ ขณะที่ BBASICDLTF เป็นการจ่ายปันผลครั้งแรกนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปลายปีที่ผ่านมา

 

          คุณพีรพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งสองกองทุนนี้เป็นกองทุนที่ได้รับความนิยมจากผู้ถือหน่วยมาก โดย BSIRICG มีขนาดกองทุนกว่า 5,700 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นเพราะการคัดเลือกหุ้นลงทุนที่เน้นหุ้นของบริษัทที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี พร้อมๆ กับมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี อีกทั้งกองทุนนี้มีนโยบายจ่ายเงินปันผลด้วย

 

ข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีมาของกองทุนนี้ สามารถให้ผลตอบแทนประมาณ 12.67% ต่อปี (ดูตารางผลตอบแทนเพิ่มเติม)

 

 

          สำหรับกองทุน BBASICDLTF  ตั้งกองทุนเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยขนาดกองทุนกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งนอกจากจะเป็นกองทุน LTF แล้วด้วยนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตไปกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของคนชั้นกลาง สังคมผู้สูงอายุ และเศรษฐกิจประเทศไทย

 

          ธุรกิจเหล่านี้จะได้ประโยชน์จากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ และที่สำคัญ ถ้าธุรกิจที่ลงทุนมีการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกด้วย ประโยชน์ที่บริษัทนั้นๆ จะได้ ก็จะไม่ใช่เฉพาะในไทย แต่ยังเป็นไปในประเทศที่อื่นๆ ด้วย ซึ่งผลประกอบการก็จะสะท้อนมาในราคาหุ้นที่กองทุนฯ เข้าไปลงทุน

 

          ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการลงทุนได้ที่ กองทุนบัวหลวง โทร. 0 2674 6488 กด 8 หรือตัวแทนขายหน่วยลงทุน ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ตัวแทนขายของกรุงเทพประกันชีวิต บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง บมจ. หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน บมจ.หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) บจ.หลักทรัพย์ เอเชีย พลัส และบมจ. หลักทรัพย์ ภัทร นอกจากนี้ยังสามารถซื้อขายผ่านออนไลน์ B-Channel Webpage ที่ www.bblam.co.th หรือที่ B-Channel Application ทั้งระบบ IOS และ Android

 

 

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

กองทุนบัวหลวง

17 ตุลาคม 2560